30.11.54
 
สมาคมประชาสัมพันธ์ไทย แถลง “รัฐบาลควรเร่งสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยหลังวิกฤตอุทกภัย”
 
        จากสถานการณ์วิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา นับตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมากระทั่งครั้งล่าสุด ประเทศไทยได้รับผลกระทบกว่า 3 ล้านครัวเรือนหรือประมาณ 10 ล้านคน ความเสียหายครอบคลุมพื้นที่กว่า 150 ล้านไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรและอุตสาหกรรมกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ความเสียหายเกิดขึ้นทั้งทรัพย์สิน เกษตรกรรม อุตสาหกรรมนับแสนล้านบาท

        ความรุนแรงได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัด ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน และมูลค่าทางธุรกิจมหาศาล ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ สังคม คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่านอกจากความเสียหายมูลค่ามหาศาลแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยจากเดิมที่ย่าแย่ จนเข้าสู่ความยากของการจัดการด้านภาพลักษณ์ที่แทบเกินเยียวยา

        ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ได้แถลงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า จากการคาดการณ์สภาพเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยแน่นอนว่าเราจะพบกับปัญหาส่วนใหญ่จากภาคการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว การใช้จ่าย เรื่องของการผลิต ความเชื่อมั่นด้วยการสร้างภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ประเทศแบบรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้า

        แน่นอนว่าผลกระทบครั้งนี้ นอกจากภาคประชาชนแล้ว ยังเกิดต่อผู้ประกอบการภาคธุรกิจต่างๆในแทบทุกอุตสาหกรรมก็ว่าได้ แต่ควรเป็นความร่วมมือของหลายภาคส่วนสำหรับร่วมมือในระนะสั้นไปก่อน คู่ขนานกับแผนระยะยาว โดยไม่ใช่การอัดเงินงบประมาณไปอย่างเดียว แต่รัฐบาลควรใช้วิธีการช่วยเหลือ ฟื้นฟูด้วยการออกมาตรการมาใช้ร่วมกันด้วย

        โดยล่าสุดรัฐบาลได้เตรียมการฟื้นฟูในโครงการ นิวไทยแลนด์ เพื่อแก้ไขเยียวยาทุกส่วนในด้านต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยมูลค่าหลายแสนล้านเช่นกัน ขณะที่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเงินจำนวนมากมายนี้จะนำมาแก้ปัญหาหรือฟื้นฟูสิ่งต่างๆ ให้กลับมาได้หรือไม่ เมื่อใด ดังนั้น หากการแก้ไขและฟื้นฟูวิกฤตหลังน้ำลดไม่มีประสิทธิภาพดีพอ ผลกระทบมหาศาลคือสิ่งที่ซ้ำเติมวิกฤตอีกครั้งหนึ่ง

ภาพลักษณ์ประเทศคือความเชื่อมั่นที่ต้องสร้างให้ได้

        ภาพลักษณ์ของประเทศ เป็นอีกภารกิจที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความสนใจฟื้นฟูเป็นพิเศษ ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เลยว่าเราถูกจับตามอง ได้รับการติดตามจาก เฝ้าดูอยู่ทั่วโลก ที่ผ่านมาก็เรื่องการขัดแย้งทางการเมืองที่ก่อความรุนแรง เป็นระยะเวลา อย่างน้อย 3-4 ปี ที่ไม่มีทีท่าจะดีขึ้นแม้ว่าจะมีการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ล่าสุดที่เราเผชิญกับภัยธรรมชาติ การที่หลายประเทศเตือนประชาชน สำหรับคำแนะนำในการงดเดินทางมาประเทศไทย อาจเป็นแค่ปัญหาในระยะสั้นแต่ในระยะยาวก็คือ ความมั่นใจต่อการลงทุนของต่างชาติด้วย ภาพลักษณ์ของประเทศไทยจะเป็นการการเรียกความเชื่อมั่น ให้กลับคืนมาแม้ว่าจะยากยิ่งก็ตาม โดยใช้การสื่อสารและประชาสัมพันธ์แบบใหม่ที่ใช้งบประมาณไม่มากแต่ได้ผลตอบรับที่ดีและรวดเร็ว

        หากเราจำแนกผลกระทบโดยตรงที่จำเป็นต้องอาศัยเรื่องการจัดการภาพลักษณ์ของประเทศอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดชะลอตัวทั้งภาคการส่งออก ท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมไปถึงผลกระทบด้านสังคม ที่ได้กระจายไปในวงกว้างจากความไม่เชื่อมั่น ต่อการดำเนินการของภาครัฐ และการรับมือกับวิกฤตต่าง ว่าจะสามารถจะดูแลชีวิตทรัพย์สินของผู้คน คุ้มครองความปลอดภัยในการลงทุนการท่องเที่ยวได้หรือไม่ นั่นคือการที่ต้องมาวิเคราะห์ กำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ภาพลักษณ์ของประเทศกันเลย นับว่าเป็นโอกาสดีสำหรับเรื่องยุทธศาสตร์ภาพลักษณ์ของประเทศ ที่จะได้เกิดเป็นรูปธรรม