ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย รับเชิญจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ การพัฒนาสื่อบุคคลเพื่อพัฒนาองค์กรให้กับนิสิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่ศึกษาเกี่ยวกับ การสื่อสารและวาทนิเทศปริทรรศน์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ้ง ศรีอัษฎาพร ให้การต้อนรับ ณ อาคารมงกุฎสมมติวงศ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เนื้อหาที่สำคัญประกอบด้วย Image Management / Problem of the organization / Discovering communication trend after great-recession / Your Triangle of Life / Your Qs & Personality / Employees Engagement Building Factor และ Personal Media Development
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า สื่อบุคคล (Personal Media) นั้นมีความสำคัญยิ่งต่อการสื่อสารภาพลักษณ์และการพัฒนาองค์กร ไม่น้อยไปกว่าสื่ออื่นๆ ทั้งการสื่อสารภายนอกและภายในองค์กร ก่อให้เกิดทั้งความเข้าใจอันดีและภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย
หัวใจสำคัญของการใช้สื่อบุคคล ที่อาจเป็นผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารหน่วยงาน หรือตัวแทนที่มอบหมายและตั้งขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในการสื่อความต่างๆ โดยใช้การติดต่อสื่อสารเพื่อ ความเข้าใจอันดี และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร กับกลุ่ม หรือบุคคล ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือและสนับสนุน ซึ่งความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีจะเกิดขึ้นต้องใช้การติดต่อสื่อสารเป็นเครื่องมือสำหรับนำข้อมูลหรือเนื้อหาสาระ จากองค์กรไปยังอีกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ
สื่อบุคคลจัดได้ว่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงในการสื่อสาร ที่จะทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ขององค์กรสู่เป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความน่าเชื่อถือ โน้มน้าวจิตใจ เนื่องจากเป็นการสื่อโดยตรง อาศัยการพูด เช่น การให้สัมภาษณ์ การประชุม การพบปะพูดคุย การสนทนา การสอน การอภิปราย การปาฐกถา ในโอกาส ต่างๆ รวมถึงการสื่อความผ่านสื่อสารมวลชน สื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมที่จัดขึ้น แต่ข้อจำกัดของสื่อบุคคลก็คือ เป็นสื่อที่ไม่ถาวร ยากแก่การตรวจสอบและอ้างอิง เว้นแต่ได้บันทึก ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ขณะที่การสื่อความในเรื่องซับซ้อน การใช้คำพูดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการสื่อสารที่ดี จะทำให้ผู้รับสารมีความเข้าใจกระจ่างชัดและตัดสินใจรับสารได้อย่างมั่นใจขึ้น
ปัจจัยที่จะทำให้ สื่อบุคคลมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของบุคคลนั้น ประกอบด้วย
|